เครื่องดนตรีสุดแปลก
เครื่องดนตรีสุดแปลก

โลกของดนตรีนั้นกว้างใหญ่และหลากหลายมากกว่าที่เราคิด นอกเหนือจากเครื่องดนตรีคลาสสิกที่เราคุ้นเคย เช่น เปียโน กีตาร์ หรือไวโอลิน ยังมีเครื่องดนตรีแปลกตาอีกมากมายที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นในวัฒนธรรมต่างๆ ทั่วโลก บางชิ้นมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน บางชิ้นเพิ่งถูกคิดค้นขึ้นในยุคสมัยใหม่ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 10 เครื่องดนตรีแปลกตาที่คุณอาจไม่เคยได้ยินชื่อหรือเห็นมาก่อน แต่ละชิ้นมีเสียงและรูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์ น่าทึ่ง และน่าค้นหา

ฮังก์ดรัม (Hang Drum)

ฮังก์ดรัมเป็นเครื่องดนตรีที่ค่อนข้างใหม่ ถูกประดิษฐ์ขึ้นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปี 2000 โดย Felix Rohner และ Sabina Schärer มีลักษณะคล้ายจานบินทำจากโลหะ มีด้านบนที่เรียกว่า “Ding” ประกอบด้วยโน้ต 7-9 ตัวเรียงรอบวงกลมตรงกลาง และด้านล่างมีช่องเสียงเรียกว่า “Gu” เวลาเล่นจะใช้มือทั้งสองข้างเคาะเบาๆ ที่โน้ตต่างๆ ทำให้เกิดเสียงที่นุ่มนวล ก้องกังวาน คล้ายกับเสียงระนาดหรือเครื่องเคาะจากเกาะแคริบเบียน เสียงของฮังก์ดรัมมีความโดดเด่นจนทำให้มันกลายเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมในวงการดนตรีบำบัดและดนตรีเพื่อการสมาธิ ปัจจุบันมีการพัฒนาเครื่องดนตรีคล้ายฮังก์ดรัมภายใต้ชื่ออื่นๆ เช่น แฮนแพน (Handpan) หรือสปาซีดรัม (Spacedrum)

กลาสฮาร์โมนิกา (Glass Harmonica)

กลาสฮาร์โมนิกาเป็นเครื่องดนตรีที่ประดิษฐ์โดย เบนจามิน แฟรงคลิน ในปี 1761 เป็นการพัฒนาต่อยอดจากการเล่นแก้วน้ำที่มีน้ำบรรจุในระดับต่างๆ กัน แฟรงคลินออกแบบให้มีชามแก้วขนาดต่างๆ เรียงซ้อนกันในแนวนอนบนแกนที่หมุนได้ด้วยเท้า ผู้เล่นจะใช้นิ้วเปียกๆ แตะที่ขอบแก้วที่กำลังหมุน ทำให้เกิดเสียงใสกังวานคล้ายเสียงร้องของนก เครื่องดนตรีชิ้นนี้เคยได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรปศตวรรษที่ 18-19 โมซาร์ทและเบโธเฟนยังเคยแต่งเพลงสำหรับเครื่องดนตรีชิ้นนี้โดยเฉพาะ แต่ความนิยมลดลงเนื่องจากมีความเชื่อว่าเสียงของมันทำให้เกิดอาการประสาทหลอนและโรคซึมเศร้า ปัจจุบันมีนักดนตรีจำนวนน้อยที่ยังคงเล่นเครื่องดนตรีชิ้นนี้ แต่เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของมันยังคงเป็นที่จดจำ

เทอเรมิน (Theremin)

เทอเรมินเป็นเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นแรกๆ ของโลก ประดิษฐ์โดยนักฟิสิกส์ชาวรัสเซีย เลฟ เทอเรมิน ในปี 1920 ความพิเศษของเครื่องดนตรีนี้คือผู้เล่นไม่ต้องสัมผัสกับตัวเครื่องเลย แต่ใช้การเคลื่อนไหวมือในอากาศใกล้กับเสาอากาศสองอัน เสาแนวตั้งควบคุมความถี่ (ระดับเสียงสูง-ต่ำ) และเสาแนวนอนควบคุมความดัง-เบา เสียงของเทอเรมินมีลักษณะคล้ายเสียงร้องของมนุษย์หรือเสียงไวโอลิน แต่มีความน่ากลัวและลึกลับ จึงถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์แนวสยองขวัญและวิทยาศาสตร์ในยุค 50s เช่น “The Day the Earth Stood Still” ปัจจุบันยังมีศิลปินที่เชี่ยวชาญการเล่นเทอเรมิน และมีการใช้ในดนตรีร่วมสมัย เช่น ในเพลงของวง Led Zeppelin และ Radiohead

ฮังกุล (Hang Ngul)

ฮังกุลเป็นเครื่องดนตรีโบราณของชาวเวียดนามที่เกือบสูญหายไปแล้ว มีลักษณะเป็นเครื่องสายที่ทำจากกะลามะพร้าวขนาดใหญ่เป็นกล่องเสียง มีคอยาวและสายดีดทำจากไหม ความพิเศษของฮังกุลคือการมีลูกบิดที่สามารถปรับระดับเสียงได้ขณะเล่น ทำให้สามารถสร้างเสียงที่คล้ายกับการร้องโอดครวญได้ ในอดีตฮังกุลถูกใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาและการเล่าเรื่องในชุมชนชาวเวียดนามภาคเหนือ เสียงของมันเชื่อว่าสามารถติดต่อกับวิญญาณบรรพบุรุษได้ ปัจจุบันมีความพยายามในการอนุรักษ์และฟื้นฟูเครื่องดนตรีชิ้นนี้โดยนักดนตรีพื้นบ้านรุ่นใหม่ของเวียดนาม แม้จะมีผู้เล่นเพียงไม่กี่สิบคนในโลก แต่เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของมันยังคงสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้ฟัง

ยาบาอิ (Yaybahar)

ยาบาอิเป็นเครื่องดนตรีที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยศิลปินชาวตุรกี Görkem Şen ในปี 2014 เป็นเครื่องดนตรีแบบอะคูสติกที่ผสมผสานระหว่างเครื่องสายและเครื่องเคาะ ประกอบด้วยสายที่ขึงอยู่บนคอไม้ เชื่อมต่อกับกลองสองใบด้วยสปริงขดลวด เมื่อดีดหรือใช้คันชักสีที่สาย แรงสั่นสะเทือนจะถูกส่งผ่านสปริงไปยังกลอง ทำให้เกิดเสียงที่แปลกประหลาดคล้ายเสียงจากอวกาศหรือจากใต้ทะเลลึก ยาบาอิสามารถสร้างเสียงที่หลากหลายมาก ตั้งแต่เสียงคล้ายเชลโล ไปจนถึงเสียงคล้ายซินธิไซเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ แม้จะเป็นเครื่องดนตรีที่ค่อนข้างใหม่ แต่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ และเริ่มมีศิลปินนำไปใช้ในงานดนตรีทดลองและดนตรีร่วมสมัยมากขึ้น

แคริมบา (Kalimba)

แคริมบาหรือที่เรียกอีกชื่อว่า “มบิรา” (Mbira) เป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของแอฟริกา โดยเฉพาะในประเทศซิมบับเว มีลักษณะเป็นแผ่นไม้หรือกล่องเสียงขนาดเล็กที่มีแท่งโลหะบางๆ เรียงกันคล้ายซี่หวี ผู้เล่นจะใช้นิ้วหัวแม่มือดีดที่ปลายแท่งโลหะเพื่อให้เกิดเสียง เสียงของแคริมบามีความนุ่มนวล คล้ายกับเสียงระฆังขนาดเล็ก ในวัฒนธรรมดั้งเดิม แคริมบาถูกใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาและความเชื่อ โดยเชื่อว่าเสียงของมันสามารถติดต่อกับวิญญาณบรรพบุรุษได้ ในปัจจุบัน แคริมบาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก มีการพัฒนารูปแบบและขนาดที่หลากหลาย และถูกนำไปใช้ในดนตรีหลายแนว รวมถึงดนตรีบำบัดเนื่องจากเสียงที่ผ่อนคลายและเล่นง่าย

ซอ (Saw)

ซอหรือเลื่อยดนตรี (Musical Saw) ไม่ใช่เครื่องดนตรีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเล่นดนตรีโดยเฉพาะ แต่เป็นเครื่องมือช่างธรรมดาที่ถูกนำมาใช้เล่นดนตรี โดยผู้เล่นจะจับด้ามเลื่อยไว้ระหว่างเข่า แล้วงอใบเลื่อยให้เป็นรูปตัว S จากนั้นใช้คันชักไวโอลินสีที่ขอบเลื่อย หรือใช้ค้อนเคาะเบาๆ เสียงที่ได้จะมีลักษณะคล้ายเสียงหวีดร้อง น่าขนลุก แต่ไพเราะอย่างประหลาด เทคนิคการเล่นซอเริ่มเป็นที่รู้จักในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และได้รับความนิยมในวงการมิวสิคฮอลล์และการแสดงวอดวิล ปัจจุบันยังมีศิลปินที่เชี่ยวชาญการเล่นซอ และมีการใช้ในภาพยนตร์และดนตรีร่วมสมัย เช่น ในเพลงประกอบภาพยนตร์ “One Flew Over the Cuckoo’s Nest” และในเพลงของวง Neutral Milk Hotel

โอนเดส มาร์เตอโนต์ (Ondes Martenot)

โอนเดส มาร์เตอโนต์เป็นเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ยุคแรกๆ ประดิษฐ์โดยนักดนตรีชาวฝรั่งเศส มอริซ มาร์เตอโนต์ ในปี 1928 มีลักษณะคล้ายคีย์บอร์ดที่มีแถบริบบอนให้เลื่อนนิ้วไปมาเพื่อสร้างเสียงที่ต่อเนื่อง เสียงของมันมีความโดดเด่นด้วยความสั่นไหวและอารมณ์ที่ลึกซึ้ง สามารถเลียนแบบเสียงมนุษย์หรือเครื่องสายได้อย่างน่าทึ่ง แต่ก็มีความเป็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นเอกลักษณ์ นักประพันธ์เพลงคลาสสิกหลายคนได้แต่งเพลงสำหรับโอนเดส มาร์เตอโนต์โดยเฉพาะ เช่น โอลิวิเยร์ เมสซิแยน และในยุคปัจจุบัน เสียงของมันยังปรากฏในผลงานของศิลปินร่วมสมัยอย่าง Radiohead และ Daft Punk แม้จะมีเครื่องดนตรีนี้เหลืออยู่ในโลกไม่กี่ชิ้น แต่อิทธิพลของมันต่อวงการดนตรีอิเล็กทรอนิกส์นั้นยิ่งใหญ่มาก

ฮิดรอลิส (Hydraulis)

ฮิดรอลิสหรือออร์แกนน้ำ เป็นเครื่องดนตรีโบราณที่ถือเป็นออร์แกนชิ้นแรกของโลก ประดิษฐ์โดยวิศวกรชาวกรีก เคเทซิบิอุส แห่งอเล็กซานเดรีย ประมาณ 3 ศตวรรษก่อนคริสตกาล ฮิดรอลิสใช้แรงดันน้ำและอากาศในการสร้างเสียงผ่านท่อโลหะขนาดต่างๆ มีคีย์บอร์ดสำหรับเล่น เมื่อกดคีย์ อากาศจะถูกปล่อยเข้าไปในท่อที่สอดคล้องกัน ทำให้เกิดเสียงดังออกมา ในสมัยโรมัน ฮิดรอลิสถูกใช้ในการแสดงในโรงละครและสนามกีฬาขนาดใหญ่ เนื่องจากสามารถสร้างเสียงที่ดังกระหึ่มได้ ฮิดรอลิสเป็นต้นแบบของออร์แกนในโบสถ์ที่พัฒนาต่อมาในยุคกลาง แม้ว่าเครื่องดนตรีชิ้นนี้จะสูญหายไปนานแล้ว แต่นักประวัติศาสตร์ดนตรีได้สร้างแบบจำลองขึ้นมาใหม่ตามบันทึกโบราณ ทำให้เราได้ยินเสียงของเครื่องดนตรีที่มีอายุกว่า 2,000 ปีนี้อีกครั้ง

คาตาคานธะ (Katakantha)

คาตาคานธะเป็นเครื่องดนตรีโบราณของอินเดียที่แทบจะสูญหายไปแล้ว มีลักษณะเป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่าที่ทำจากกระดูกมนุษย์ (มักเป็นกระดูกขาหรือแขน) เจาะรูตามความยาว คล้ายกับขลุ่ย ในอดีตถูกใช้โดยนักบวชในลัทธิตันตระและนักบวชอฆอรีในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เสียงของคาตาคานธะมีความแหลมเล็ก แต่ทรงพลัง เชื่อกันว่าสามารถขับไล่วิญญาณร้ายและรักษาโรคได้ ในปัจจุบัน เครื่องดนตรีนี้แทบไม่มีการเล่นในที่สาธารณะแล้ว และถูกแทนที่ด้วยเครื่องเป่าที่ทำจากไม้ไผ่หรือโลหะ แต่ยังคงมีการสืบทอดในบางพื้นที่ห่างไกลของรัฐเบงกอลตะวันตกและเนปาล เป็นตัวอย่างของเครื่องดนตรีที่มีความเชื่อมโยงกับพิธีกรรมและความเชื่อทางศาสนาอย่างลึกซึ้ง

สรุป

เครื่องดนตรีแปลกตาทั้ง 10 ชนิดที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความสร้างสรรค์ของมนุษย์ในการประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อสร้างเสียงดนตรี บางชิ้นมีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับพันปี ในขณะที่บางชิ้นเพิ่งถูกคิดค้นขึ้นในไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา แต่ทั้งหมดล้วนมีเอกลักษณ์ทั้งในแง่ของรูปร่าง วิธีการเล่น และเสียงที่สร้างขึ้น เครื่องดนตรีเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือในการสร้างความบันเทิง แต่ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรม ความเชื่อ และเทคโนโลยีของยุคสมัยที่พวกมันถูกสร้างขึ้น บางชิ้นยังคงมีบทบาทในวงการดนตรีร่วมสมัย ในขณะที่บางชิ้นเกือบสูญหายไปจากความทรงจำของมนุษยชาติ การเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องดนตรีแปลกตาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ขยายความรู้ด้านดนตรีของเรา แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจความหลากหลายของวัฒนธรรมมนุษย์และความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีขีดจำกัดในการแสวงหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อแสดงออกทางดนตรี

TOP